201703.30
0
0

การเปลี่ยนแปลงกฎหมายมรดก-ข้อบัญญัติของสหภาพยุโรปเรื่องกฎหมายมรดก (ตอนที่ 3)

จากหนังสือฝรั่งสองฉบับที่แล้ว ผู้อ่านจะสังเกตุได้ถึงความยุ่งยากของข้อบัญญัติของสหภาพยุโรปเรื่องกฎหมายมรดก ทั้งในทางกฏหมายและการนำมาปฏิบัติใช้ ถ้าหากเกิดความไม่แน่ใจในเรื่องนี้ เราขอแนะนำให้ปรึกษาทนายความหรือโนทาร์

หากมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องมรดกขึ้นมา แล้วต้องใช้ข้อบัญญัติของสหภาพยุโรปเรื่องกฎหมายมรดก ก็จะมีคำถามขึ้นว่า ศาลใดล่ะจะเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการเรื่องมรดกให้ แล้วจะต้องมีเรื่องถกเถียงกันไหม ตามข้อที่ 4 ของข้อบัญญัติของสหภาพยุโรปเรื่องกฎหมายมรดก กล่าวว่าผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบนั้นคือศาลของประเทศที่เป็นสมาชิกในสหภาพยุโรป ในประเทศที่ผู้ตายพำนักอยู่ในช่วงเวลาที่เสียชีวิต ความหมายของคำว่าที่พำนักอยู่นั้นผู้เขียนได้กล่าวไว้แล้วใน ตอนที่ 1 ของเรื่อง มีข้อยกเว้นอยู่ว่า ถ้าผู้ตายไม่ได้พำนักอยู่ ในประเทศที่เป็นสมาชิกที่ใช้ข้อบัญญัติของกฎหมายมรดก แต่เป็นประเทศที่เรียกว่าประเทศที่สาม หากผู้ตายไปพำนักอยู่ ในประเทศที่สาม ศาลของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปก็ไม่มีอำนาจที่จะวินิจฉัยคดีให้ และเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่สาม ก็ให้นำข้อยกเว้นนี้ไปใช้กับผู้ตายทุกคนที่พำนักอยู่ ในประเทศไทยด้วย อย่างไรก็ตามในกรณีเช่นนี้ ต้องมีผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้ หากว่าผู้ตายมีทรัพย์สินอยู่ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรือผู้ตายถือสัญชาติของประเทศในกลุ่มสมาชิกสหภาพยุโรป ในขณะที่เสียชีวิต หรือก่อนหน้านี้ได้พำนักอยู่ ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป นานไม่เกิน ห้า ปี (ข้อที่ 10 ย่อหน้า ที่ 1) มีทรัพย์สมบัติอยูในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรือหากว่าในประเทศที่สามที่มีอำนาจหน้าที่ แต่ไม่มีกฏหมายมรดกสำหรับพิจารณาพิพากษา หรือดำเนินการให้ไม่ได้จะด้วยเหตุผลใดก็ตามผู้ตายจะต้องมีหลักฐานเป็นข้อยืนยันได้ว่าเขามาจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (ตัวอย่างเช่น ถือสัญชาตินั้นๆ หรือ เคยมีที่พำนักอยู่ที่นั่น หรือมีทรัพย์สิอยู่ที่นั่น)

หากว่าผู้ตายได้เลือกใช้กฏหมายไว้ เช่นได้เลือกใช้กฎหมายบ้านเกิดของตนเอง ในกรณีนี้ ดังตัวอย่างเช่น ศาลเยอรมันอาจมีข้อขัดแย้งกับกฏหมายมรดกของไทยได้ เราเรียกว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างศาลผู้มีอำนาจวินิจฉัยกับกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งก็สามารถที่จะตกลงเรื่องขอบเขตของศาลกันได้ว่าให้คู่พิพาทใช้ศาลที่มีอำนาจหน้าที่ในการวิฉัยข้อพิพาท เป็นศาลของสหภาพยุโรปดำเนินการ โดยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องที่พำนักอยู่ของผู้ตายแต่อย่างไร

นอกจากนี้ยังมีผู้อำนาจพิเศษ ในการรับคำร้องเรื่องการ ขอรับหรือขอสละมรดก หรือการขอเป็นทายาทโดยธรรม หรือทำคำร้องขอจำกัดความรับผิดชอบเกี่ยวกับมรดกหนี้ ซึ่งอยู่ในข้อที่ 13 ของข้อบัญญัติเรื่องกฎหมายมรดกของสหภาพยุโรป ตามข้อบัญญัตินี้การยื่นคำร้องสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้อง เป็นที่ศาลที่มีอำนาจหน้าพิจารณาพิพากษาคดีมรดกเท่านั้น แต่สามารถยื่นไปที่ศาลของสหภาพยุโรป ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพำนักอยู่ก็ได้ ซึ่งมีเงื่อนไขอยู่ว่าศาลนั้นต้องมีกฎหมายมรดกบังคับใช้  และคำร้องนั้นจะต้องยื่นหรือว่าสามารถที่จะยื่นไปที่ศาลได้  เพราะตามกฏหมายเยอรมันแล้วการยื่นคำร้องอย่างนี้จะเป็นการยื่น เพื่อขอปฏิเสธไม่รับมรดกและเพื่อขอรับมรดก ซึ่งเป็นการยื่นคำร้องขอของผู้เป็นทายาทโดยธรรม ในกรณีนี้ไม่ต้องไปทำที่ศาล

ในฝรั่งฉบับต่อไป  –เราจะกล่าวถึงตอนที่ 4 คือ เอกสารรับรองมรดกของยุโรป-

ทนายความหญิง นิโคล ริเนา ทนายความหญิง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางสังคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *