การเปลี่ยนแปลงกฏหมายการเดินทางเข้าเมืองและผลที่มีสำหรับคนไทย
ข้อมูลจากสำนักงานทนายความ บึมไลน์
กฏหมายของใบอนุญาตให้อยู่(วีซ่า)ได้ถูกเปลี่ยนแปลงใหม่ให้เหลือเพียงแค่สองแบบ
๑. แบบจำกัดเวลา (befristete Aufenthaltsgenehmigung)
๒. อนุญาตตั้งภูมิลำเนาแบบถาวร (unbefristete Aufenthaltsgenehmigung)
วีซ่าสำหรับการเดินทางเข้าเมืองนั้นก็ยังมีไว้อยู่ต่อไปเหมือนที่ผ่านมา
คนต่างด้าวที่ได้อยู่ในการครอบครองใบอนุญาตให้อยู่ ทั้งที่แบบจำกัดเวลาแล้วแบบถาวรนั้น สิทธิในการตั้งภูมิลำเนานั้นก็จะมีสืบต่อไป โดยไม่มีผลใดๆจากความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
การอนุญาตให้เดินทางเข้าเมืองด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว
กฏเกณฑ์ของกฏหมายสำหรับการเดินทางเข้าเมืองฉบับใหม่นั้นได้ถูกปรับปรุงให้ขั้นตอนง่ายขึ้นเล็กน้อย หากจะเปรียบ เทียบกับกฏหมายสำหรับคนต่างด้าวฉบับก่อนนี้ ในฉบับใหม่นั้นได้ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่า คนต่างด้าวนั้นสามารถที่จะได้รับอนุญาตเดินทางเข้าเมืองได้ ถึงแม้ว่าผู้ยื่นนั้นได้ทำการละเมิดกฏหมายการเดินทางเข้าเมืองก็ตาม หากการเดินทางออกหรือการเดินทางกลับเข้าเมืองสำหรับคนต่างด้าวผู้นั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยากเกินไป คนต่างด้าวนั้นมีสิทธิที่จะเรียกร้องยื่นขอใบอนุญาตให้อยู่ได้ด้วยการสมรส หรือจากการกำเนิดบุตรซึ่งมีสัญชาติเป็นเยอรมัน ซึ่งหากเปรียเทียบกับกฏหมายฉบับก่อนการเปลี่ยนแปลงนั้นจะไม่มีข้อนี้ระบุไว้ ซึ่งในกรณีนี้กฏหมายนั้นได้หมายความว่าสิทธิเรียกร้องนั้นได้มีครบถ้วนอยู่แล้ว
นอกเหนือจากนี้แล้วสิทธิการเรียกร้องขอนุญาตให้อยู่นั้นไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับขั้นตอนของแบบฟอร์ม ตามมาตราที่ ๙ การดำเนินขั้นตอนการออกอนุญาตของกฏหมายคนต่างด้าว (§ 9DV AuslG) อีกด้วย คุณสมบัติตามแบบฟอร์มของกฏหมายฉบับใหม่นั้นยกตัวอย่างเช่น การสมรสนั้นได้ถูกจดขึ้นในประเทศเยอรมนี และณ เวลาของการจดทะบียนสมรสนั้นคนต่างด้าวนั้นต้องมีใบอนุญาตให้อยู่อย่างน้อยที่สุดใน”สภาพผ่อนผัน (Duldung)” และนอกเหนือจากนั้นแล้วการตรวจสอบของศาลต่อคำปฏิเสธของ Ausländerbehörder สำหรับการยื่นเรื่องขอต่อวีซ่านั้นก็ยากมากที่จะกระทำได้ เพราะกฏหมายสำ หรับคนต่างด้าวนั้นได้ระบุว่า คนต่างด้าวผู้ใดที่ได้เดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวและหลังจากนั้นได้มีสิทธิที่จะทำการเรียกร้องขอใบอนุญาตอยู่ได้นั้น ก็ให้บุคคลผู้นี้ทำการเรียกร้องสิทธิของตนจากนอกขอบเขตของประเทศเยอรมนี และมาตราข้อนี้ไม่ได้มีระบุไว้ในกฏหมายสำหรับคนต่างด้าวฉบับใหม่ นั่นหมายความว่าคนต่างด้าวนั้นสามารถที่จะยื่นคำร้องทุกข์ตำหนิคำตัดสินของ Ausländerbehörder ในข้อระบุถึงการละเมิดในเรื่องวีซ่าของคนต่างด้าวผู้นั้นได้ พร้อมกันนั้นก็ยังสามารถที่จะยื่นคำร้องขอใบอนุญาตให้อยู่ได้
การยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับเรียนภาษาและการศึกษา
วีซ่าสำหรับเจตนารมณ์ในการเดินทางเข้าเมืองเพื่อการศึกษาภาษาเยอรมันนั้นได้รับการระบุไว้ในกฏหมายฉบับใหม่ด้วย และนอกจากนั้นแล้วก็ยังได้มีการระบุสิทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมากสำหรับนักศึกษาที่ได้สำเร็จการศึกษาด้วย ตามมาตรา ๑๘ ของกฏหมายสำหรับคนต่างด้าวฉบับใหม่นั้น นักศึกษาที่ได้สำเร็จการศึกษาแล้วนั้น มีสิทธิที่จะได้รับใบอนุญาตให้อยู่ได้ถึง ๑ ปี ภายใต้ข้อแม้สำหรับการแสวงหาหน้าที่การงานตามหลักการที่เหมาะสมต่อการศึกษาของตนที่ได้สำเร็จมา ซึ่งตามกฏหมายฉบับก่อนนี้ไม่สามารถที่จะกระทำได้ และใบอนุญาตตามกฏหมายฉบับใหม่นั้นก็สามารถที่จะออกให้แก่คนต่างชาติผู้เดินทางเข้าเพื่อทำการศึกษาต่างๆ เช่น การศึกษาวิชาชีพ
การยื่นขอย้ายสำมะโนครัวอยู่ด้วยกันสำหรับคู่สมรสและบุตร
ตามกฏของการโยกย้ายสำมะโนครัวสำหรับคู่สมรสและบุตรนั้น เปรียเทียบกับข้อระบุในจุดนี้แล้วก็ไม่มีการเจาะจงหรือเข้มงวดมาเพิ่มเติมแต่อย่างใด ในจุดของ”คู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวทั้งคู่” นั้นได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเล็กน้อยสู่สถานการณ์ของการโย้กย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ด้วยกัน เช่น ในกรณีคู่สมรสคนสัญชาติไทย ในกรณีที่ไม่มีการรับรองเรื่องรายได้นั้นตามกฏแล้วจะไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธเรื่องการอนุญาตให้ย้ายสำมะโนครัวร่วมกันเสมอไป
กฏที่ได้ระบุไว้จนถึงปัจจุบันนี้คือ”รายได้ของผู้ยื่นคำร้องนั้นจะถูกนำมาเป็นข้อบังคับที่ต้องมีรายได้เพียงพอที่รับรอง
อย่างไร้ข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น” ตามกฏหมายฉบับใหม่นั้นไม่มีการระบุข้อบังคับนี้ไว้ ซึ่งหมายความว่ารายได้ของผู้ยื่นจำร้องนั้นจะได้รับการพิจารณาตามสถานการ์และบุคคล นอกเหนือจากนั้นแล้วคู่สมรสคนไทยนั้นก็สามารถที่จะประกอบอาชีพหรือทำกิจการของตนเองได้โดยไม่ต้องรอกำหนดของคำอนุญาตก่อนแต่อย่างใด ข้อนี้จะถูกวัดตามสิทธิของใบอนุญาตให้อยู่จากคู่สมรสผู้ครอบครองสิทธินี้ และสำหรับบุตรที่อายุตำกว่า ๑๖ ปีนั้นก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเข้มงวดมาเพิ่มเติมในข้อนี้
ใบอนุญาตให้อยู่แบบถาวร (unbefristete Aufenthaltsgenehmigung)
ในกฏหมายฉบบับนั้นคนไทยก็ยังสามารถที่จะได้รับใบอนุญาตตั้งภูมิลำเนาได้หลังจาก ๓ ปีที่ได้สมรสกับบุคคลสัญชาติเยอรมันเหมือนเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดทั้งสิ้น ภายใต้ข้อแม้ที่ว่า ระยะเวลาของการครองชีพคู่สมรสทั้งสองคนนั้นต้องมีอย่างน้อย ๓ ปี แล้วการครองคู่อยู่ด้วยกันก็ยังจะมีสืบต่อไปอีกด้วย พร้อมกันกับรายได้ของคู่สมรสนั้นเพียงพอสำหรับการครองชีพและคู่สมรสฝ่ายคนไทยนั้นสามารถที่จะสื่อสารด้วยภาษาเยอรมันได้
ซึ่งในกรณีตรงข้ามนั้นจะยากขึ้นมากสำหรับการยื่นคำขอต่อใบอนุญาตให้อยู่แบบถาวร ถ้าหากว่าคู่สมรสทั้งสองนั้นได้แยกจากกันหลังจาก ๓ ปี ในกรณีนี้กฏหมายใหม่ได้ระบุว่า บุคคลคนต่างชาตินั้นต้องได้มีการเสียภาษีเงินบำนาญ(Renten-beiträge)ในประเทศเยอรมนีมาอย่างน้อย เป็นระยะเวลา ๖๐ เดือน ซึ่งเวลาที่ได้ทำการเลี้ยงดูบุตรนั้นก็จะถูกรวมไว้ด้วย
ในข้อเรื่องความรู้และความสามารถในภาษาเยอรมันนั้นก็ได้ถูกเพิ่มความเข้มงวดขึ้นอย่างมาก และนอกจากนั้นกฏเกณฑ์ของระบบสังคมและการดำรงชีพนั้นก็ถูกระบุเพิ่มขึ้นสำหรับการพิจารณา ในกรณีนี้แล้วซึ่งน้อยคนที่ได้ทำงานเสียภาษีตามกฏหมายบังคับมาอย่างน้อย ๕ ปีสำหรับข้อแม้ของการยื่นคำขอต่อใบอนุญาตให้อยู่ อาจจะง่ายกว่ามาก(ณ จุดนี้ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ของบุคคลนั้นๆ) ที่จะยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสัญชาติ
การเนรเทศ (Ausweisung)
ตามกฏหมายใหม่ในข้อของการเนรเทศนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแต่อย่างใด
สำหรับคำถามหรือคำแนะนำเพิ่มเติมนั้น ทางสำนักงานของเรายินดีที่จะให้การปรึกษา
สำนักงาน:
Rechtsanwaltskanzlei Bümlein
Kurfürstendamm 157
10709 Berlin
Tel.: + 49 30 88 71 18 0
Thai: + 49 30 88 71 18 113
Handy: 0175/781 34 69
Fax: + 49 30 88 71 18 20
Hotline: 0900 1 18 18 88 (1.99 Eur/Min)
www.thaiadvo.com oder thaireno@buema.net (für Thais)
เวลาทำการ: montags – freitags von 9.00 – 20.00 Uhr.
Für einfache Rechtsfragen nutzen Sie unsere Onlineberatung oder die Sofortberatung am Telefon 09001 / 18 18 88 (EUR 1,99 / Min)
Zu allgemeinen Fragen schreiben Sie uns bitte eine Email an RainBuemlein@buema.net.
Wir erklären ausdrüklich, dass wir keinerlei Einfluss auf die Gestaltung und die Inhalte der gelinkten Seiten haben. Deshalb distanzieren wir uns hiermit ausdrüklich von allen Inhalten aller gelinkten Seiten in dieser Linkliste und machen uns ihre Inhalte nicht zu eigen. Diese Erklaerung gilt für alle auf dieser Homepage ausgebrachten Links. Sollten sich auf den verlinkten Seiten trotz eingehender Prüfung Inhalte finden, die gegen Gesetz und gute Sitten verstoßen, bitten wir um Nachricht. Der Link wird dann sofort entfernt.